กริซมันน์ กับโอกาสย้ายทีมไป ปีศาจแดง

16 Apr

กริซมันน์ กับโอกาสย้ายทีมไป ปีศาจแดง

ตอนนี้ข่าวสารระหว่าง อองตวน กริซมันน์ กับ แมนฯยูไนเต็ด ยิ่งโหมแรงขึ้นเป็นระยะแล้วครับผม
ปัจจุบันสื่อประเทศฝรั่งเศสหลายเจ้ารวมทั้งผู้สื่อข่าวตามที่มีคนติดตามทางทวีตเตอร์ก็รายงานตรงกันว่ากองหน้าประเทศฝรั่งเศสกับ ‘ซาตานแดง’ บรรลุกติกาพื้นฐานกันได้แล้ว
ลองสื่อถิ่นกำเนิดของ กริซมันน์ เล่นแรงขนาดนี้ เห็นทีจะมีต้นเหตุให้เชื่อถือได้ไม่น้อย เนื่องจากว่าทางฝั่งสเปนเองแม้กระแสยังไม่แรงมากมายแต่ว่าก็เริ่มลงเนื้อหาบ้างแล้ว
ถ้าหากจำกันได้ เมื่อวันที่ 24 ม.ค.ก่อนหน้านี้ ผมเคยเขียนถึงดีลระหว่าง กริซมันน์ กับ แมนฯยูไนเต็ด ไปแล้ว หลักๆก็ว่าถึงข่าวสารรวมทั้งกระแสที่สเปนซึ่งยังเงียบอยู่ แต่ว่าก็ปิดท้ายว่ามันมีความเป็นไปได้พอเหมาะพอควร
มาวันนี้จากที่ติดตามสถานการณ์มาเรื่อยๆรวมทั้งการตีข่าวสารจากประเทศฝรั่งเศส เห็นทีคงจำเป็นต้องปรับระดับ ‘ความน่าจะเป็น’ ให้สูงขึ้นอีก วิเคราะห์กันนี้ ทำไม กริซมันน์ ก็เลยจะย้ายออกจาก บิเซนเต้ กัลเดรอน ? เหตุผลหลักๆมันก็มีอยู่ 4-5 ข้อ แรกเลยก็คือ ดาวยิงเลข 7 กำลังถึงจุดอิ่มตัวกับ แอตเลติเตียนโก รวมทั้งอยากได้ไขว่คว้าหาความสำเร็จที่ยิ่งใหญ่กว่ากองหน้าวัย 25 อยู่กับกลุ่มมาตั้งแต่ฤดู 2014-15 นับจนถึงขณะนี้ก็เกือบจะๆ3 ฤดูแล้ว ซึ่งว่ากันโดยส่วนตัวนับได้ว่าไปถึงเป้าหมายอย่างมาก เป็นแม่ทัพตัวหลักของกลุ่ม ยิงประตูได้มาก ได้รางวัลผู้เล่นดีเลิศของ ลา ลีกา ปี 2016 ก่อนที่จะปัจจุบันจะคว้าอันดับ 3 ของ บัลลงดเว้นอร์
กระนั้น นอกเหนือจากการยอมรับจากแฟนคลับยี่ห้อหมี รวมทั้งผู้คนในวงการแล้ว กริซมันน์ กลับไปถึงเป้าหมายครองแชมป์กับ แอตเลติเตียนโก น้อยมาก
เคยเข้าชิงยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ลีกฤดูปัจจุบัน แต่ว่าก็อกหักไป ส่งผลให้จนแล้วจนรอดกับ แอตเลติเตียนโก เขาก็เลยได้เพียงแค่แชมป์ซูเปร์โกปา เด เอสปันญ่า หรือ สแปนิช ซูเปอร์คัพ เมื่อปี 2014 เพียงแค่รายการเดียวแค่นั้น ซึ่งน้อยอยู่ดีเมื่อเทียบกับฝีเท้า หันมามองดูเส้นทางของ ‘ยี่ห้อหมี’ ในฤดูนี้ ก็ทำท่าว่าจะวืดสูง ลา ลีกา ตามหลัง เรอัล มาดริด 10 แต้มแถมยังแข่งมากยิ่งกว่าหนึ่งนัดหมาย ซึ่งถ้าเกิดกลุ่มชุดขาวบุกชนะ บาเลนเซีย ในเกมตกค้างที่ เมสตาย่า ก็จะโดนทิ้งไปไกลถึง 13 แต้ม ระยะห่าง 13 แต้ม จากกลุ่มอย่าง มาดริด อย่างงี้ก็โบกไม้โบกมือลาโอกาสครองแชมป์ได้เลย เฉกเช่นเดียวกับสถานการณ์ในโกปา เดล เรย์ ที่กลุ่มกรุยทางไปถึงรอบรองชนะเลิศ ก็ดูแล้วยากเย็น เนื่องจากว่าเกมแรกที่ กัลเดรอน กริซมันน์ รวมทั้งเพื่อนๆดันพ่ายแพ้ค้างรังต่อ บาร์ซ่า 1-2 เลกลำดับที่สองในวันพฤหัสบดีหน้าจำเป็นต้องบุกชนะถึง คัมป์ นู ด้วยระยะห่าง 2 ประตูขึ้นไปนับว่ายากมากมาย โอกาสจอดป่ายปีนแค่รอบนี้มีสูงเกิน 60% คงมีเพียงแค่รายการแชมเปี้ยนส์ลีก ที่เดินทางไปถึงรอบ 16 กลุ่มสุดท้ายแค่นั้นที่ยังเป็นความมุ่งหวัง แต่ว่าเส้นทางนั้นก็ไม่ง่ายเลยซักนิด ถึงจะผ่าน เลเวอร์คูบวงสรวง ได้ แต่ว่าก็มีเสือราชสีห์วัวกระทิงเเรดรออยู่อีกมากมาย ด้วยความสำเร็จที่คว้ามาได้เพียงแค่น้อยนิด อาจเป็นชนวนเหตุให้เขานึกถึงความเจริญในอนาคต เนื่องจากว่าสำหรับอาชีพนักฟุตบอล การครองแชมป์รวมทั้งการยกฐานะตัวเองขึ้นไปเรื่อยๆนับว่าสำคัญมาก การย้ายไปสู่กลุ่มที่ใหญ่กว่า มีความสามารถมากยิ่งกว่าจะเอื้อโอกาสให้เขาตามล่าสิ่งที่ใฝ่ฝันได้ง่าย กองหน้าเลข 7 ใช้เวลาสร้างชื่อกับ เรอัล โซเซียดาด 5 ปี แล้วตัดสินใจยกฐานะตัวเองไปอยู่กับ แอต.มาดริด
เวลาเกือบจะ 3 ฤดูภายใต้ชายคา กัลเดรอน เขาพัฒนาตัวเองจากนักฟุตบอลฝีเท้าดีขึ้นชั้นสู่ ‘สตาร์ดัง’ ซึ่งมันคงไม่ใช่เรื่องน่าเซอร์ไพรส์ซักนิดถ้าหากเขาคิดก้าวข้ามจากคำว่า ‘สตาร์’ ไปสู่ ‘ซูเปอร์สตาร์’ นอกจากกิตติศัพท์ รวมทั้งเกียรติยศแล้ว เรื่องของรายถึงที่กะไว้จะมากขึ้นอีกหลายเท่าตัวก็นับว่าเย้ายวนไม่น้อย ตามข่าวสารว่าถ้าหาก กริซมันน์ ย้าย เขาจะได้รับค่าตอบแทนพรั่งพร้อมเทียบเท่ากับ ปอล ป็อกบา เพื่อนสนิทถึง 17 ล้านยูโรต่อปี จำนวนค่าตอบแทนนี้ เมื่อเทียบกับที่รับอยู่ในตอนนี้ นับว่าแตกต่างราวฟ้ากับเหว

กับ ‘ยี่ห้อหมี’ กริซมันน์ รับอยู่ที่ 6 ล้านยูโรต่อปีพอๆกับ โกเก้ ราคานี้นับว่าเป็นเรตค่าตอบแทนสูงสุดที่กระดานแอตเลติเตียนโกจะจ่ายให้ได้ ถึงแม้ว่าเขาจะเป็นสตาร์เลขหนึ่งของกลุ่ม แต่ว่าถ้าหากจะอัพให้มากยิ่งกว่านี้แทบเป็นไปไม่ได้ เพราะ ‘ยี่ห้อหมี’ เป็นกลุ่มที่มีวินัยด้านการเงินครัดเคร่ง พวกเขาตั้งเพดานสูงสุดไว้แค่ 6 ล้านยูโร นักฟุตบอลทุกคนจะไม่มีผู้ใดได้มากยิ่งกว่า 6 ล้าน ถ้าหากนักฟุตบอลรายใดที่อยากได้ได้มากยิ่งกว่า ก็มีแค่หนทางเดียวแค่นั้นคือ ‘ย้ายออก’ เหมือนกับในกรณีของ ดีเอโก้ กอสต้า ที่โยกไป เชลซี หรือเคสก่อนหน้าอย่าง ราดาเมล ฟัลเกา ที่ไปอยู่กับ โมนาโก อดีตสองหัวหอกจำเป็นต้องย้ายไปเพื่อรับเงินค่าตอบแทนที่สูงขึ้นมากยิ่งกว่า ถึงแม้ว่าไปถึงเป้าหมายอย่างมากรวมทั้งเล่นเข้ากับกลุ่มได้เป็นอย่างดี อีกต้นสายปลายเหตุนึงที่มีหัวใจหลักไม่น้อย ก็คืออนาคตของลูกพี่ใหญ่อย่าง ดีเอโก้ สิเมโอเน่ กริซมันน์ ให้ความเคารพ รวมทั้งวางใจ สิเมโอเน่ อย่างยิ่ง หลายๆครั้งเขาให้สัมภาษณ์ในประมาณว่าตราบเท่าที่ โชโล่ ยังอยู่กับกลุ่มเขาจะไม่ไปไหนแต่ว่าจากข่าวล่าสุดที่ การ์ลอส สิเมโอเน่ พ่อของ โชโล่ ให้สัมภาษณ์กับนสพ.ลา ท้องนาสิออน สื่ออาร์เจนติเตียนน่าถึงอนาคตของลูกชายว่า “ไม่ช้าไม่เร็วจะกำเนิดการเปลี่ยนแปลง” “ดีเอโก้ รู้สึกสะดวกสบายกับชีวิตที่มาดริด แต่ว่าการเปลี่ยนแปลงจะเกิดขึ้นอย่างแน่แท้ เพียงผมไม่ทราบดีว่ามันจะไปจบที่อังกฤษ หรือ อิตาลี” ลองพ่อกุนซือใหญ่พูดชัดขนาดนี้ ก็เห็นที กริซมันน์ ควรเก็บเอาไปคิดบ้างส่วนในข้อตื่นตระหนกที่ว่า แอต.มาดริด อาจไม่ยินยอมขาย กริซมันน์ ก็ดูเหมือนจะเป็นข้อสันนิษฐานที่มัว เนื่องจากว่านานมาแล้ว ‘ยี่ห้อหมี’ ไม่คยยี่หระกับวิธีขายสตาร์ของกลุ่มออกไปเลยแม้กระทั้งรายเดียว ไม่ว่าจะเป็น เฟร์นานโด โคนร,เซร์คิโอ อาก้วยโร่ ‘กุน’ ,ราดาเมล ฟัลเกา หรือ ดีเอโก้ กอสต้า
ลำแข้งเหล่านี้ยังถูกขาย กริซมันน์ คงไม่มีข้อละเว้น ขอเพียงแค่เงินถึง โต๊ะเก้าอี้ที่ กัลเดรอน ก็พร้อมที่จะถูกจับมาตั้งวางเพื่อรองรับการเจราจา สิ่งสำคัญคือ แมนฯยูไนเต็ด กล้าทุ่มแค่ไหน ? ถ้าหากระดับใกล้ๆ100 ล้านยูโร ซึ่งเป็นราคาค่าฉีกคำสัญญาที่ กริซมันน์ เซ็นไว้ถึงปี 2020 นั่นก็ไม่ใช่ปัญหาเลย อีกทั้งปฏิกิริยาจากแฟนบอล ‘ยี่ห้อหมี’ นั้น ปัจจุบันผมไปสัมภาษณ์พวกเขามาถึงหัวข้อนี้ แม้คนไม่ใช่น้อยยังไม่เชื่อว่าดาวยิงเฟร้นช์แมนจะย้าย แต่ว่าถ้าหากลงเอยแล้วมันเลี่ยงไม่ได้จริงๆพวกเขาก็ไม่กลัว “ถ้าหากเขาย้าย พวกเราก็ซื้อคนใหม่เข้ามาแทน ก่อนหน้านี้พวกเราทำให้เห็นมาบ่อยครั้งแล้ว” มานู หนึ่งในกองเชียร์ยี่ห้อหมีแสดงทัศนะกับผมไว้เช่นนี้โดยส่วนตัว ผมมองว่าเรื่อง กริซมันน์ ย้ายไม่ย้าย งานนี้ขึ้นกับเจ้าตัวรวมทั้งผู้บริโภคอย่าง แมนฯยูไนเต็ด แล้ว ส่วน แอตเลติเตียนโก ก็แค่รอยอมรับฟังข้อแนะนำ