ครึ่งปีของมูรินโญ่กับปีศาจแดง

16 Apr

ครึ่งปีของมูรินโญ่กับปีศาจแดง

''ผมคาดไว้แล้วว่ามันจะยาก เพราะเหตุใดน่ะหรือ ? เพราะว่าประวัติศาสตร์ของชมรมนี้'' โชเซ่ มูรินโญ่ ให้สัมภาษณ์ถึงการเข้ามาเป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ได้ครึ่งปี
ผลงานปัจจุบันเป็นพลาด พลาดที่ไม่สามารถที่จะเอาชนะลิเวอร์พูลได้ แม้ 1 แต้มจะไม่น่าขยะแขยง แต่ควรทำเป็นดีมากกว่านี้ โดยมองจากทีมกำลังพอดีรวมทั้งทำผลงานก้าวหน้า
ตอนเปิดตัวเมื่อกรกฎาคม พวกเราแทบจะมองไม่เห็นมูรินโญ่ยิ้มแบบชื่นใจเลย เพราะว่าเขาคงจะตระหนักดีว่าการมารับงานที่ชมรมนี้ไม่ใช่เรื่องสนุก ที่จะทำกันเล่นๆหรือให้คำมั่นทึ่มๆว่ามาปีแรกจะได้แชมป์โน้นแชมป์นี้
"ผมถามตัวเองว่า : เพราะเหตุใด ในปีหลังๆสิ่งต่างๆไม่ได้สวยดังเดิมเป็นมา"
"หนึ่งในคำตอบที่กระจ่างแจ้งเป็น ฟุตบอลแปรไปมากมาย รวมทั้งการประลองไม่ได้ราวกับเมื่อ 10-20 ปีกลาย มันยากขึ้นที่จะเอาชนะ ยากที่จะเป็นครอบครองความใหญ่โตอยู่ทีมเดียว ผมเข้าใจกันดีอยู่แล้ว ผมรู้ดีว่างานผมจะยาก"
"หากคุณนึกออกหนแรกที่ผมให้สัมภาษณ์ ผมไม่ได้โอหังเลย ผมรู้ดีว่าคำพูดผมมันเป็นการเสี่ยงเมื่อผมพูดว่า : "ผมอยากให้ยูไนเต็ดเป็นแชมป์ตอนนี้" แต่ผมมีความคิดว่า ถึงตอนนี้ก็ยังรู้สึกก็คือ ไม่ว่าสถานภาพของแมนฯ ยูไนเต็ดจะเป็นยังไง คุณก็จำเป็นต้องบอกแบบงั้น แต่ผมรู้ดีว่ามันยาก"
"ผมรู้ดีว่าท็อตแน่มทำอะไรบ้างตลอด 2 ปีหลัง ผมรู้ดีว่ามีอะไรเกิดขึ้นบ้างที่ชมรมอื่นๆแต่ผมก็ยังอยากเปิดให้สัมภาษณ์อย่างนั้น เพราะว่าผมมีความรู้สึกว่ามันถูกต้อง"
นี่เป็นการพูดของคนที่ตระหนักทราบ มีสติสัมปชัญญะครบ มูรินโญ่ไม่ได้โอหังอย่างตอนเปิดตัวกับเชลซีเมื่อปี 2004
เขารู้ว่าการมาคุมแมนฯ ยูไนเต็ด มีเป้าหมายอย่างเดียวเป็นจำเป็นต้องได้แชมป์ ไม่ว่าทีมตอนนั้นจะเป็นแม้กระนั้น รวมทั้งเขารู้ดีว่ามันยาก
"ผมเลือกงานที่ผมต้องการ ผมเลือกอยู่กับชมรมที่ผมอยากไปอยู่ด้วย ผมทุ่มเททุกอย่างที่ผมมี ผมไม่สามารถที่จะให้อะไรได้มากยิ่งกว่านี้แล้วในด้านของ เวลา, ความอยาก รวมทั้งความจริงจัง ผมแฮปปี้กับตัวเอง"
"หากผมพินิจพิจารณาตัวเอง ผมมีตอนบรรลุผลสำเร็จ ที่ผมได้แชมป์ล้นหลาม แต่ผมไม่ได้มีความสุขเต็มที่กับสิ่งที่ผมเคยทำในช่วงเวลานั้น ผมมีความคิดว่าผมสามารถทุ่มเทมากยิ่งกว่านั้น รวมทั้งทำอะไรให้ดีมากกว่านั้นได้ แต่ในขณะนี้ ผมมความสบายกับสิ่งที่ผมทำ ซึ่งผมรู้ดีว่าผมกำลังไล่ล่าความสบายอย่างที่สุดในฟุตบอลอยู่ โน่นเป็นพาทีมชนะรวมทั้งได้แชมป์"
มีความหมายว่า ทั้งตอนอยู่ปอร์โต้, อินเตอร์ มิลาน, เรอัล มาดริด รวมทั้งเชลซี 2 รอบ ที่เขานำทีมได้แชมป์มาตลอด แต่เขากลับรู้ดีว่าตัวเองยังไม่อิ่ม
มีความคิดว่าตัวเองยังไม่เต็มที่กับการควบคุมทีม แต่ตอนนี้เขากลับกล่าวว่า เขากำลังมีความสุขที่สุด ทั้งที่สถานการณ์รวมทั้งโอกาสการครองแชมป์ของปีศาจแดง ณ เวลานี้ ไกลห่างจากการประสบความสำเร็จ … เพราะเหตุใดถึงอยากได้งานนี้ ? อะไรเป็นความจำแรกของเขากับแมนฯ ยูไนเต็ด ? โชเซ่ มูรินโญ่ มีคำตอบ
"บิดาผมถ่ายทอดความคลั่งไคล้ในเกมลูกหนังให้ผม ชีวิตของท่านทั้งการเป็นนักเตะ การยกย่องเชิดชูที่ท่านมีให้แก่พวกชมรมใหญ่ๆนักเตะเก่งๆ"
"ผมนึกออกไหมตอนเป็นเด็กที่เบนฟิก้าเจอแมนฯ ยูไนเต็ด ในเกมนัดหมายชิงยูโรเปี้ยน คัพ ? ไม่หรอก ผมจำไม่ได้ แต่ผมทราบทุกอย่างเกี่ยวกับนัดหมายชิงนัดหมายนี้ เพราะว่ามันเป็นในรุ่นของบิดาผม"

"ในฐานะผู้ช่วยผู้จัดการทีม ผมจำเป็นต้องเจอกับแมนฯ ยูไนเต็ดทันทีเลย ผมนั่งอยู่ข้างสนามด้วยในเกมที่เสมอ 3-3 (เจอบาร์ซ่า ปี 1998/99)"
"หนแรกที่ผมได้เข้าร่วมยูฟ่า แชมเปี้ยนส ลีก ในฐานะผู้จัดการทีม ผมก็เจอแมนฯ ยูไนเต็ด อีกที (คุมปอร์โต้ปี 2004) รวมทั้งหนแรกที่ผมมายังพรีเมียร์ลีก เกมแรกของผมก็เจอกับแมนฯ ยูไนเต็ดอีก (เชลซีชนะ 1-0)"
"ผมมีความจำเกี่ยวกับแมนฯ ยูไนเต็ดล้นหลามในอาชีพของผมรวมทั้งผมเข้าใจกันดีอยู่แล้วถึงประวัติศาสตร์ของพวกท่าน ผมไม่ได้เรียนอะไรเลยตอนมาร่วมทีมแมนฯ ยูไนเต็ด ผมเคยเรียนเรื่องของชมรมต่างๆที่ผมเข้าไปคุม แต่กับที่นี่ ผมไม่ต้องทำยังงั้นเลย"
"ผมทราบเกี่ยวกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดจำนวนมาก แม้กระทั้งจนกระทั่งก่อนที่จะผมจะฝันว่าได้มาร่วมงานกับพวกท่านเสียอีก"
ชาบี เอร์นานเดซ ในวัย 18 ปี เปิดฉากทีมชุดใหญ่ให้บาร์ซ่า เป็นครั้งแรกในเกม ชปล. ที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ยุคที่ หลุยส์ ฟาน กาล เป็นที่ปรึกษา รวมทั้งข้างสนามวันนั้นมูรินโญ่ก็นั่งเป็นมือขวาของ "จารย์หลุยส์" อยู่ด้วยนั่นเอง
ชาบีกล่าวว่าเขาตื่นเต้นกับบรรยากาศในสนามที่นี้ ในฐานะดาวรุ่งที่ไม่เคยสัมผัสเกมชุดใหญ่ ระหว่างที่โดน ฟาน กาล สั่งให้ไปวิ่งวอร์มตระเตรียมเปลี่ยนตัวลง
เมื่อ เดวิด เบ็คแฮม ปั่นฟรีคิกให้เจ้าถิ่น ชาบีได้ยินเสียง "คนอังกฤษกว่า 50,000 คนตะคอกใส่หูผม" รวมทั้งเขากล่าวว่า โอลด์ แทร็ฟฟอร์ดยังเป็นชมรมที่เขารู้สึกชื่นชอบที่สุดในยุโรปสำหรับมูรินโญ่เอง สนามที่นี้ก็เคยเป็นความจำไม่มีวันลืมเช่นกัน
"คุณคงจะหวังว่าผมจะตอบอันอื่น แต่ความจำที่กระจ่างแจ้งของผมกับโอลด์ แทร็ฟฟอร์ด เป็นขณะที่ปอร์โต้ยิงประตูในนาทีที่ 88 แล้วอีก 5 นาทีถัดมาเป็นแดนนรก!!"
"ตามธรรมดาแล้วหากพวกเรายิงประตูในนาที 88 คู่แข่งขันของพวกเราก็ตายไปแล้ว สนามก็ตายไปด้วย"
"แทนที่จะเป็นแบบงั้น พวกเรากลับมี 5 นาทีที่นายทวารพวกเราจำเป็นต้องงัดซูเปอร์เซฟ, บอลชนเสากระเด้งไปมา แบ็กซ้ายของผมจำเป็นต้องไปยืนคุมเสา พวกเรามีความรู้สึกว่ามันคงจะจบไปแล้ว แต่พวกเขา (แฟนบอลแมนฯ ยูไนเต็ด) มีความรู้สึกว่ามันยังเป็นไปได่สำหรับแมนฯ ยูไนเต็ด ที่จะเป็นฝ่ายชนะ ผมจำเสียงดังในตอนนั้นก้าวหน้า"
"ผมมีความรู้สึกว่าเกมมันจบสุดแต่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด ไม่ยอมเกมจบลง มันเป็นแดนนรกของพวกเราเลย แดนนรก!!!"
สถานการณ์ตอนนี้เป็น โชเซ่ มูรินโญ่ ไม่ใช่คนของบาร์ซ่า, อินเตอร์ มิลาน หรือปอร์โต้แล้ว แต่เขาเป็นที่ปรึกษาของแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด
จากที่เคยมาเยี่ยมสนามที่นี้ในฐานะที่ปรึกษาคู่แข่งขัน ตอนนี้เขาเดินลงไปในสนามพร้อมสูทเบลเซอร์สีดำที่มีตราชมรมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ปะที่อก
"ภูมิใจ ผมมีความภูมิใจมากมายที่ได้เป็นผู้จัดการทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมโชคดีพอที่ได้คุมทีมใหญ่ๆ"
"เรอัล มาดริดก็ใหญ่, อินเตอร์ มิลานก็ใหญ่ มีประวัติศาสตร์ล้นหลาม มีที่ปรึกษายิ่งใหญ่อยู่ก่อนหน้าผม ผมไม่อายเลย ไม่สักหน่อย ผมเพียงแค่มีความรู้สึกว่า "นี่มันเหมาะสมกับฉันอยู่แล้ว" ผมมั่นใจ รวมทั้งนิ่งมากมาย ผมพร้อมสำหรับความรับผิดชอบแต่ผมก็ภูมิใจมากมายเช่นกัน"
"ในฐานะคู่แข่งขัน เมื่อคุณมาที่โอลด์ แทร็ฟฟอร์ด คุณมีความคิดว่าเสมอ "พวกนายอยู่บนยอดสุดของโลกฟุตบอล" คุณมองไปทั่วสนามแล้วรำพึงรำพันว่า "ว้าววว" แต่ผมก็เคยมีความคิดว่ามันเหมาะสมกับผมเช่นกัน"
"ผมรู้สึกภูมิใจมากมายทุกนัดหมายที่ได้คุมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ผมรู้สึกแบบงั้น รวมทั้งหวังว่าจะรู้สึกแบบงั้นไปกระทั่งตอนกลางคืนในที่สุดของผม มันควรเป็นแบบงั้น ผมเกลียดชังช้าผู้เล่นอยู่ที่นี่ 2-3-4-5 ปี แล้วความรู้สึกกับชมรมลดลง"
การได้มาคุมทีมแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ดนั้น มูรินโญ่กล่าวว่าเขาเข้าใจกันดีอยู่แล้วถึงประวัติศาสตร์ชมรมหนึ่งในนั้นเป็นเรื่องราวของการเปิดโอกาสเด็กจากทีมเยาวชน ซึ่งเป็นมาตลอด 80 ปี แมนฯ ยูไนเต็ดเปิดโอกาสดาวรุ่งเสมอ

"ใช่ผมทราบ ดาวรุ่งนักเตะที่ทำให้ผมตื่นเต้นนะหรือ ? มีสิ แต่มีผู้ที่พร้อม (สำหรับทีมชุดใหญ่) หรือยัง ? ยังไม่มี"
"ฤดูที่แล้ว หลายๆคนคอยโอกาส หลายๆคนมีพรสวรรค์ แรชเฟิร์ด เป็นตัวที่เด่นสุด มันมีช่วงเวลาใดเวลาหนึ่งที่พวกเขาต้องลงเล่น ทำให้พวกเขาไม่มีความกดดัน ไม่มีนักเตะชุดใหญ่ที่นั่งรออยู่ข้างสนามเพื่อคอยให้พวกเขาทำผิดพลาด" (ยุคของ ฟาน กาล)
"หนทางก็มีเพียงแค่ แรชเฟิร์ด หรือ แรชเฟิร์ด กับ เมนซาห์ กับ เมนซาห์ ไม่มีวันเลือกอื่น เพราะว่ามีนักเตะเจ็บจำนวนมาก"
"สถานการณ์ต่างไปในฤดูนี้ นักเตะเจ็บน้อยมาก ความมุ่งมาดในตัวนักเตะก็สูงมากขึ้น"
"หากคุณไปไล่มองในประวัติดาวรุ่งของชมรม คุณจะพบ บางบุคคลที่เป็นตำนานอย่าง ไรอัน กิ๊กส์ เขามีปีที่ 2 ที่ไม่ได้ดีเท่าปีแรกนะ แต่แล้วปีที่ 3 ค่อยกระโดดมาอยู่ในระดับที่เป็นกิ๊กส์ที่พวกเรารู้จัก"
"มันเป็นเรื่องธรรมดาสำหรับดาวรุ่งโดยมาก พวกเขาขึ้นมาหนแรก ไม่รู้เรื่องสึกกดดัน ไม่รู้เรื่องสึกถึงความรับผิดชอบ คู่แข่งขันก็ไม่รู้จัก เลยโดนทำร้ายแบบไม่ตั้งตัว แต่พวกเราก็ฝึกกับพวกดาวรุ่งมาเสมอนะ บางทีฟุตบอล มันขึ้นกับจังหวะ แน่นอน ทุกคนที่นี่เข้าใจกันดีอยู่แล้วถึงแนวทางของชมรมนี้ที่เปิดโอกาสดาวรุ่ง"
ดูอย่างกับว่ามูรินโญ่กำลังดำเนินงานอย่างมีความสุขที่สุดในอาชีพการเป็นที่ปรึกษาในช่วงเวลานั้น
เขากล่าวว่า เขาไม่ได้อยากต้องการโดนแบนอีก เลยมักเห็นเขาจำเป็นต้องนั่งข้างสนามบ่อยมากเวลาไปเล่นเกมเยี่ยม เขามานะอดทนอดกลั้น มานะนิ่งเข้าไว้
เขารู้สึกมีความสุขกับแมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด แฟนผีเริ่มเบื่อกับการเปลี่ยนที่ปรึกษาบ่อยเกินไปแล้วในระยะหลัง ซึ่งเขารับรองว่าเขาพร้อมจะอยู่กับทีมไปยาวๆ
"ผมมีข้อตกลง 3 ปี ผมไม่สามารถที่จะขอมากยิ่งกว่านั้นได้เดี๋ยวนี้ แต่หากผมบรรลุผลสำเร็จเดี๋ยวนี้ผมคงจะขอข้อตกลงเพิ่มจาก เอ็ด วูดเวิร์ด ไปแล้วเพราะว่าผมอยากอยู่"
"ผมอยากอยู่ที่นี่ มันเป็นชมรมที่ผมสามารถสร้างการบรรลุเป้าหมายใหญ่ๆได้ เป็นที่ที่ผมต้องการเวลาสักนิดสักหน่อย ผมมีความรู้สึกว่า 3 ปีก็พอเพียงแล้ว (ในแนวทางการทำทีมกลับมาบรรลุผลสำเร็จ)"
"ผมไม่ได้ขอมากยิ่งกว่านี้ แต่ผมอยากอยู่ไปนานๆแมนฯ ยูไนเต็ดจะเขี่ยผมทิ้งเมื่อพวกเขาต้องการ ไม่ใช่ขณะที่ผมต้องการ เพราะว่าผมไม่ได้อยากต้องการจากไปเลย"