มหัศจรรย์แห่งจิ้งจอกสยาม

10 Apr

มหัศจรรย์แห่งจิ้งจอกสยาม

ขอพูดว่ามันเกิดเรื่องมหัศจรรย์มากนะครับ มหัศจรรย์เท่าๆกับการครองแชมป์พรีเมียร์ลีกของ เลสเตอร์ สิตี้ เมื่อฤดูกาลที่แล้วเลยทีเดียวเชียว
เป็นนับจาก เคลาดิโอ รานิเอปรี่ ถูกให้ออกจากตำแหน่งผู้จัดการทีม – ทันใด! สมัยก่อนผู้ร่วมทีมของคุณพี่เขาก็เดินหน้ากะซวกชัยแบบไม่เกรงใจนายจ้างเก่าถึง 6 นัดติดต่อกันในทุกรายการ โดยกระหน่ำไป 15 ประตู และเสียแค่เพียง 4 เม็ดเท่านั้น
พลพรรคจิ้งจอกประเทศไทยมีชัยในพรีเมียร์ลีกติดต่อกัน 5 เกม ถีบตัวเองหนีโซนอันตรายกระทั่งแทบจะมั่นใจได้แล้วว่าไม่ตกชั้นแน่นอนแถมยังพุ่งทะยานเข้าไปถึงรอบ 8 ทีมสุดท้ายของศึก ยูฟ่า แชมเปี้ยนส์ ลีก ได้เสร็จอีกต่างหาก
นี่หากพวกแก เอ๊ย! พวกเขาอยู่ในฟอร์มการเล่นนี้ตั้งแต่ช่วงต้นฤดูกาล เผลอๆอาจมีสิทธิ์ป้องกันแชมป์ของตนเองได้เสร็จด้วย ไม่น่าเชื่อแบบเดียวกันนะครับว่าเรื่องพวกนี้จะเกิดขึ้น ภายหลังจาก เลสเตอร์ มอบตำแหน่งผู้จัดการทีมให้ เคร็ก เช็คสเปียร์
ไม่น่าเชื่อจริงๆนะครับ – ไม่น่าเชื่อ – ไม่น่าเชื่อ – ไม่น่าเชื่อ – ไม่น่าเชื่อ แม้กระนั้นก็ต้องเชื่อ เพราะมันเป็นไปแล้ว
ฤดูกาลนี้ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ คุมทีมในพรีเมียร์ลีกไปทั้งผอง 25 นัด ปรากฏว่า เลสเตอร์ เอาชนะคู่แข่งได้แค่เพียง 5 นัดเท่านั้น
ไม่ซ้ำ 9 เกมในทุกรายการก่อนจะเปลี่ยนกุนซือใหม่ เลสเตอร์ เผชิญความแพ้พ่ายถึง 7 นัด และเสมอ 2 นัด โดยแพ้คนใดเลย
ผลงานต่ำดำตรงต่างจากเมื่อฤดูกาลที่แล้วแบบหน้ามือเป็นหลังตีน พวกเขากลายร่างเป็นทีมดาดๆที่ไม่ได้มีความน่าขามเกรงอะไรกระทั่งไปยืนอยู่หน้าปากเหว ล่อแหลมต่อการโดนถีบตกชั้นทั้งๆที่ตัวเองมีศักดาเป็นถึงแชมป์เก่า
ขูดความจำได้ว่าผู้ชำนาญทางด้านเกมลูกหนังหลายๆคน (รวมทั้งผู้ไม่ช่ำชองอย่างผมด้วย) พากันพินิจพิจารณาหาต้นเหตุที่พูดว่าเพราะอะไร "แชมป์เก่า" ถึงนั่งเบียดกับความรันทดอดสูแบบนี้ ก่อนที่จะเจอต้นเหตุหลักๆว่า…

1. ผู้เล่นของ เลสเตอร์ คงจะหมดแรงจูงใจ หลังพุ่งเข้าชนการบรรลุผลครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดในประวัติศาสตร์สโมสร
2. โทษฐานที่เป็นแชมป์เก่า แน่ๆว่าคู่แข่งย่อมระมัดระวังและเน้นย้ำเพิ่มมากขึ้นยามพบทีมจิ้งจอกสีน้ำเงิน
3. การปราศจากผู้เล่นสำคัญอย่าง เอ็นโกโล่ ก็องเต้
4. ผู้เล่นหลายท่านฟอร์มตกอย่างน่าสะอิดสะเอียน ไม่ว่าจะเป็น เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, ริยาด ภูตผีปีศาจเรซ และเจมี่ วาร์ดี้
และอื่นๆอีกมากมาย เช่น "พลังงานอะไรบางอย่าง" ที่พิสูจน์ไม่ได้ด้านวิทยาศาสตร์คงเสื่อมความขลังซะแล้ว
หรือกองเชียร์จิ้งจอกประเทศไทยที่เคยเจออย่างมากมายในบางประเทศแถบเอเซียอาคเนย์คงหายบ้าเห่อ หลังจากที่ความแรงของ เลสเตอร์ ในฤดูกาลนี้จะตกลงไปอย่างน่าตกใจ แม้กระนั้นในชัยชนะ 6 นัดล่าสุด มันระบุชัดว่าพวกเขาไม่ได้มีปัญหาพวกนี้เลยนี่หว่า
ผู้เล่นของ เลสเตอร์ ไม่ได้ทำให้เห็นว่าหมดแรงจูงใจตรงไหน สิ่งที่เห็นเป็นการไล่ขย่มคู่แข่งอย่างเอ็นหน้าจอยนิ้วโป้งเท้า
แม้คู่แข่งจะระมัดระวังอย่างจงหนักตามสูตรสำเร็จเวลาพบแชมป์เก่า แม้กระนั้นพวกเขาก็มีดีพอที่จะเอาชนะได้แบบไม่ระบมนิ้วโป้งเท้าด้วย
แม้จะปราศจาก เอ็นโกโล่ ก็องเต้ แม้กระนั้น เลสเตอร์ ก็ทุ่มเงินซื้อบุคคลอื่นเข้ามาแทน แถมพวกเขายังเยี่ยมพอที่จะเอาชนะคู่แข่งเหมือนเดิมนั่นแหละ
ส่วนผู้เล่นตัวหลักอย่าง เวส มอร์แกน, โรเบิร์ต ฮูธ, ริยาด ภูตผีปีศาจเรซ และเจมี่ วาร์ดี้ ต่างระเบิดฟอร์มการเล่นอันยอดเยี่ยมออกมาอีกที
เคลาดิโอ รานิเอปรี่ เองก็ไม่ได้ทำอะไรผิดพลาดน่าสะอิดสะเอียน แล้วผู้ร่วมทีมจะแงะเลื่อยไฟฟ้ามาหั่นขาเก้าอี้ของเขาทำแมวน้ำอะไร และที่สำคัญเหนือสิ่งอื่นใด เจ้าของทีมที่เป็นคนไทยก็ออกโรงมารับรองหนักแน่นว่าไม่มีผู้เล่นของ เลสเตอร์ คนไหนที่มาเข้าหาแล้วอ้อนวอนให้ปลดกุนซือชาวอิตาลีออกจากตำแหน่งสักนิด เพศผู้เล่นที่เป็นข่าวถูกสื่ออังกฤษกล่าวโทษว่าขอเข้าหาเจ้าของทีม เพื่อให้ถีบนายจ้างของตนเองออกจากตำแหน่งก็ออกโรงมารับรองหนักแน่นด้วยเหมือนกันว่าไม่เคยทำอะไรที่อดสูแบบนั้น
ก็เลยพอจะสรุปได้ว่าพวกเขาไม่ได้เล่นแบบ "ล้มผู้ฝึกสอน" นะครับ มันไม่น่าจะมีหรอก ไอ้การเล่นล้มผู้ฝึกสอนเนี่ย เพราะมันน่าสมเพช เข้าใจว่ามันคงจะเกิดเรื่องที่ราษฎรคิดกันไปเองซะมากยิ่งกว่า
ในเมื่อไม่ได้เป็นแบบที่ราษฎรเขานินทากัน แล้วเหตุใด ผลงานของ เลสเตอร์ ก่อนและหลังการปลด เคลาดิโอ รานิเอปรี่ มันถึงได้ต่างกันอย่างสิ้นเชิง?จุดนี้คงต้องขอชูความดีความชอบให้กับผู้จัดการทีมคนใหม่ เคร็ก เช็คสเปียร์ นี่เป็นยอดเยี่ยมผู้จัดการทีมสุดยอดคนหนึ่งซึ่งไม่เคยมีคนใดรู้มาก่อน เขากำหนดแผนการเล่นแบบเดิมๆให้ผู้ร่วมทีม เน้นย้ำเกมรับรัดกุม ก่อนที่จะจังหวะโจมตีแบบลอบฆ่า อาศัยความสามารถเฉพาะบุคคลของ รียาด ภูตผีปีศาจเรซ และความรวดเร็วกวานเกลื่อนกลาดของ เจมี่ วาร์ดี้ เป็นทีเด็ด ระบบการเล่นก็เหมือนเดิมเป็น4-4-2 มีปีก 2 ข้าง มีหน้า 2 ตัว
เพศผู้เล่นก็เดิมๆนั่นแหละ แถมสมรรถนะอาจต่ำลงยิ่งกว่าเดิมด้วย เพราะอย่าลืมว่าไม่มี เอ็นโกโล่ ก็องเต้ ที่ลูกฟุตบอลอยู่ตรงไหน กูก็อยู่ตรงนั้น
…ว่าและก็ตั้งตัวเองเองผู้จัดการทีมคนแรกในประวัติศาสตร์ลูกหนังอังกฤษที่เริ่มคุมทีมคราวแรกแล้วชนะติดต่อกัน 6 นัดแรก ซึ่งขนาดผู้จัดการทีมรุ่นบรมครูอย่าง เซอร์ อเล็กซ์ เฟอร์กูสัน, อาร์แซน เวนเกอร์ หรือคาร์โล อันเชล็อตติเตียน ยังไม่มีปัญญาทำอะไรแบบนี้เลยครับคุณ
ตอนที่ โชเซ่ มูรินโญ่ เริ่มคุม เชลซี เป็นฤดูกาลแรก พี่แกก็ทำสถิติชนะตั้งแต่นัดแรกได้แค่ 4 นัดติดต่อกันเท่านั้น
นอกนั้นต้องชื่นชอบเจ้าของทีม เลสเตอร์ สิตี้ ด้วยนะครับที่ตกลงใจได้ถูกที่เอา "คนภายใน" อย่าง เคร็ก เช็คสเปียร์ นี่แหละขึ้นมาคุมทีมแทน โดยไม่จำเป็นต้องไปพบผู้จัดการทีมคนใหม่ให้เสียเวล่ำเวลา
เคร็ก เช็คสเปียร์ เป็นคนอังกฤษโดยกำเนิด เกิดที่เมืองเบอร์มิงแฮม เดี๋ยวนี้อายุ 53 ขวบ ในสมัยก่อนเคยเป็นนักฟุตบอลของทีมในลีกข้างล่างๆอย่าง วอลล์ซอลล์, เชฟฯ เว้นส์เดย์, เวสต์บรอมวิช, กริมส์บี้, สคันธอร์ป, เทลฟอร์ด ยูไนเต็ด และเฮนส์ฟอร์ด ทาวน์ ก่อนแขวนสตั๊ด เมื่อปี 2000

เริ่มงานทางด้านผู้ฝึกสอนคราวแรกด้วยการเป็นกุนซือทีมสำรองของ เวสต์บรอมวิช อัลเบี้ยน ก่อนขึ้นมารักษาการแทนตำแหน่งผู้จัดการทีมของ "เดอะ แบ็กกี้ส์" แทนที่ ไบรอัน ร็อบสัน ที่ถูกไล่ออกไป
ปี 2008 เข้ามารับตำแหน่งผู้ช่วยผู้จัดการทีม เลสเตอร์ สิตี้ โดยเป็นมือขวาของ ไนเจล เพียร์สัน ต่อจากนั้นก็ติดตาม ไนเจล เพียร์สัน ไปอยู่ที่ ฮัลล์ สิตี้ เมื่อปี 2010 ก่อนที่จะตามนายจ้างกลับมาที่ คิง เพาเวอร์ สเตเดี้ยม อีกทีในปี 2011
เมื่อ ไนเจล เพียร์สัน ถูกไล่ออกจากตำแหน่ง เคร็ก เช็คสเปียร์ ก็กลายเป็นผู้ช่วยของ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ จนถึงก้าวขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมแบบสุดกำลังพร้อมทำสถิติยอดเยี่ยม ประเภทที่ไม่เคยมีผู้จัดการทีมผู้ใดกันแน่ในลีกสูงสุดของอังกฤษเคยทำเป็น เป็นคุมทีมคราวแรกแล้วชนะถึง 6 นัดติดต่อกัน
ตอนรักษาการแทน ไบรอัน ร็อบสัน ที่ เวสต์บรอมวิช ผู้ร่วมทีมของเขาก็เอาชนะคู่แข่งได้เสร็จนะครับ-ขอโทษ (บุกไปชนะ คริสตัล พาเลซ 2-0) ซึ่งก็นับได้ว่าสถิติในการควบคุมทีม เป็นชนะ 100%
ตอนเด็กๆเคร็ก เช็คสเปียร์ คงจะลอกการบ้านเก่งนะครับ เพราะเขาแทบจะไม่ได้เปลี่ยนแปลงอะไร โดยทำทั้งหมดทุกอย่างเช่นเดียวกับที่ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ เคยเสกให้ เลสเตอร์ เป็นแชมป์พรีเมียร์ลีก เมื่อฤดูกาลที่แล้วนั่นแหละ
ก็ในเมื่อทั้งหมดทุกอย่างมันดีอยู่แล้ว มันพอดีอยู่แล้ว จะไปเปลี่ยนแปลงมันทำแมวน้ำอะไรล่ะ แถมยังสามารถปลุกจิตวิญญาณอันหื่นหิวของสุนัขจิ้งจอกเจ้าเล่ห์ให้กลับมาได้เหมือนเดิมอีกต่างหาก
ก็แค่ในความรันทดอดสูของ เลสเตอร์ กลับถูกพวกปากหอยปากปูนินทาว่าเกิดขึ้นเพราะนักฟุตบอลเล่นล้มผู้จัดการทีมคนเก่า ต่อเมื่อผลงานกลับมาไฉไลเป็นบ้าอีกที กลับไม่มีใครมองเลยว่ามันเป็นความสามารถของผู้จัดการทีมคนใหม่ ขอพูดว่า เคร็ก เช็คสเปียร์ นี่แหละเป็น"ว่าที่" ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนต่อไปครับ

แหม่…นี่หากผมเป็นประธานสัมพันธ์บอลอังกฤษนะ ผมจะหาเรื่องปลด มึงเร็ธ เซาธ์เกต ออกจากตำแหน่งแล้วแต่ง เคร็ก เช็คสเปียร์ เข้าไปแทนที่ให้มันรู้แล้วรู้รอดไปเลย
รับรองว่าทีมชาติอังกฤษมีโอกาสได้แชมป์โลกในปี 2018 นี้อย่างไม่ต้องสงสัย เพราะนี่เป็นยอดเยี่ยมผู้จัดการทีมสายพันธุ์สิงโตขู่คำรามที่หาได้ยากยิ่งในยุคนี้
มันเกิดเรื่องมหัศจรรย์มากนะครับที่อยู่ๆเลสเตอร์ สิตี้ ก็กลับมาเกิดใหม่ใหม่ แค่เพียงปลดผู้จัดการทีมคนเก่าออกไปแล้วเอา "มือขวา" ของผู้จัดการทีมคนเก่านั่นแหละเข้ามารับหน้าที่แทน
เรียนตามตรงว่าตั้งแต่หมกมุ่นกับเกมลูกหนังมายาวนานกว่า 30 ปี ผมไม่เคยเห็นอะไรที่มันย้อนแย้งกันอย่างรุนแรงแบบนี้มาก่อน
เมื่อได้ผลงานอันเร่าร้อนแบบช้างก็ผลักไม่อยู่ของ เลสเตอร์ สิตี้ และที่นาต่อไปนี้ เคลาดิโอ รานิเอปรี่ บางทีอาจจะงงเต็กพลางรำพึงรำพันกับตัวเองใต้ต้นซากูระเป็นภาษาอิตาลีว่า "กูทำผิดอะไร?" แม้กระนั้นนี่แหละเป็นความลี้ลับ ซับซ้อน ลึกลับทั้งซับซ้อนทั้งซ่อนเงื่อน สหายคิดคด บนเหลี่ยมเล่ห์ของโลกลูกหนังที่ไม่มีอะไรแน่ๆ (อ่อนแอก็แพ้ไป) อนึ่ง ผู้เล่นของ เลสเตอร์ ไม่ได้เล่นล้มผู้ฝึกสอนนะครับ